วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553

ฮีตสิบสองคลองสิบสี่


จารีตประเพณีที่คนในท้องถิ่นยึดถือปฏิบัติ ชาวมุกดาหารส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่สำคัญและปฏิบัติ สืบต่อกันมาเป็นแบบชาวอีสานทั่วไปที่ยึดการดำเนินชีวิตที่เรียกว่า “ ฮีตสิบสิงครองสิบสี่ ” อันถือเป็นจารีตประเพณีของชาวมุกดาหารก็ว่าได้
ฮีตสิบสองครองสิบสี่
เป็นจารีตประเพณีที่ชาวจังหวัดมุกดาหารถือปฏิบัติสืบติ่กันมาเป็นเวลาช้านาน ถ้าจะพิจารณาตามเนื้อหาแล้ว จะเห็นว่า ฮีตสิบสองครองสิบสี่นี้ เป็นประหนึ่งบทบัญญัติในการควบคุมพฤติกรรมสังคมชาวมุกดาหาร เป็นการกำหนดระเบียบของสังคมที่พึงประพฤติปฏิบัติ ถ้าละเลยมิได้ประพฤติปฏิบัติ ตามฮีตสิบสองครองสิบสี่ เชื่อถือกันว่าจะเกิดอัปมงคล เกิดความพินาศล่มจมแล้วแต่กรณี คำว่า ฮีตสิบสองครองสิบสี่ แยกเป็น ๒ อย่างคือ ฮีตสิบสอง กับ ครอง(หมายถึงครรลอง) สิบสี่ ฮีตสิบสองหมายถึง ขนบธรรมเนียมประเพณี แบบแผน ความกระพฤติที่ดีงามหรือประเพณีทำบุญ ๑๒ เดือน อันได้แก่ บุญเข้ากรรม บุญคูนลาน บุญข้าวจี่ บุญผะเหวด บุญสรงน้ำ(สงกรานต์) บุญบั้งไฟ บุญชำฮะ (ชำระ) บุญเข้าพรรษา บุญกฐินและบุญลอยกระทง ครองสิบสี่ หมายถึง ตัวบทกฎหมายโบราณเริ่มแต่ตั้งผุ้ซึ่อสตย์เป็นผู้มีอำนาจปกครองบ้านเมืองเป็น ข้อแรก และคุณสมบัติคูณเมือง ๑๔ อย่างเป็นข้อสุดท้าย ตัวบทกฎหมายโบราณมีไม่มาก แต่คนโบราณก็ปกครองบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุขโดยปกครองแบบพ่อปกครองลูก พี่ปกครองน้อง ในปัจจุบัน ชาวไทยได้ยอมรบนับถือพุทธศาสนาว่าเป็นศาสนาประจำจังหวัด และมีค่านิยมเกี่ยวกับการบวชพระ เมื่อมีอายุ ๒๐ ปี
ฮีตสิบสอง ได้แก่
บุญเข้ากรรมหรือปริวาสกรรม หมายถึง การอยู่แรมคืนเพื่อชำระศีลของพระภิกษุให้บริสุทธิ์ ซึ่งเป็นกิจของสงฆ์โดยเฉพาะ เป็นพิธีกรรมทางศาสนาแห่งหนึ่งในอันที่จะช่วยให้พระภิกษุปราศจากมลทิน และในขณะเดียวกัน ก็ถือเป็นโอกาสดีของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ที่จะได้ถือเอาโอกาสที่บำเพ็ญกุศล โดยการฝึกฝนจิตใจเจริญภาวนากรรมฐาน ซึ่งเป็นแนวทางที่จะนำชีวิตไปสู่ความสงบสุขได้อีกทางหนึ่ง
เดือนยี่ บุญคูณลาน เป็นการทำบุญเปิดยุ้งข้าวเพื่อเอาเคล็ดตามความเชื่อ ในช่วงนี้ทุกครัวเรือนจนเสร็จจากการเอาข้าวขึ้นยุ้ง มีการเลี้ยงพระแม่โพสพ เป็นการตอบแทนที่ทำให้ตนสามารถทำนาได้ข้าว เมื่อทำการเปิดยุ้งจึงตักข้าวจากยุ้งได้ พิธีนี้เจ้าของยุ้งจะกำหนดวันประกอบพิธีตามความเชื่อของแต่ละครอบครัว
เดือน ๓บุญข้าวจี่ หลังจากเปิดยุ้งข้าวแล้ว ชาวบ้านก็จะนำข้าวที่เป็นผลผลิตนั้นมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ญาติพี่น้องที่ ล่วงลับไปแล้ว อุทิศให้ผีไร้ญาติจะมีการนำข้าวเหนียวจี่ชุบไข่ แล้วนำมาถวายพระ นอกจากนั้น ยังมีการเพิ่มน้ำอ้อยใส่ในข้าวจี่อีกด้วย
เดือน ๔ บุญผะเหวด เมื่อถึงเดือน ๔ เป็นฤดูที่มีดอกไม้ตามชายทุ่ง ชายป่า แถวมุกดาหารบานสะพรั่งไปด้วยดอกคูณดอกมันปลา ดอกลำดวน ตามปกติฝนก็มีมาบ้างแล้วจักจั่น เรไรขับร้องตามชายทุ่งและชายป่าฟังเสนาะมาก มีการเขียนไว้ในหนังสือเทศน์พระมาลัยหมื่นมาลัยแสนว่า พรผู้มาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต คือ พระศรีอริยเมตไตรยใครอยากจะพบเห็นท่าน และร่วมในศาสนาของท่าน จะต้องไม่ฆ่าพ่อแม่ ฆ่าสมณชีพราหมณ์ ทำลายสงฆ์ให้แตกแยก และจะต้องฟังเทศน์พระเวสสันดรชาดกให้จบสิ้นภายในวันเดียว ดังนั้น ปราชญ์แห่งอีสาน เห็นว่าเป็นเรื่องดี จึงได้บรรจุบุญมหาชาตินี้ไว้ ในฮีตสิบสองครองสิบสี่ การทำบุญนี้ทำอยู่ ๓ วัน วันแรกเป็นวันเตรียมการ ผู้ชายจะช่วยกันสานไม้ไผ่เพื่อนำมาเป็นเรื่อง ผะเหวด(หรือกระแตะ) และช่วยกันมัดฟางให้เป็นนก หนู ไก่ และปลา ส่วนผู้หญิงจะเตรียมสิ่งของที่จะนำไปร่วมพิธี ได้แก่ ข้าวต้มมัด ขนมต่างๆ วันที่ ๒ ชาวบ้าน จะช่วยกันสร้างหอพระอุปคุต แล้วนำกระแตะที่สานไว้ มากั้นทำเป็นบริเวณสำหรับเทศน์มหาชาติ ในเวลาบ่ายยกเสาผะเหวด โดยนำข้าวต้มมัด กล้วย ผูกติดกับเสาไม้ไผ่ที่ลานวัดแล้วพรมน้ำหอม ผูกผืนผ้ายาวเรียกว่า
“ผ้าผะเหวด ” แล้วเชิญผะเหวดเข้ามาในหมู่บ้าน บูชาด้วยดอกไม้แล้วแห่เข้าเมืองในวันที่ ๓ ตั้งแต่เช้ามืด เวลาประมาณ ๐๓.๐๐ นาฬิกา จะมีพิธีแห่ข้าวพันก้อน ในตอนสายของวันที่ ๓ จะมีการฟังเทศน์มหาชาติ และมีการแห่กัณฑ์หลอน แล้วเทศน์อัศจรรย์ และเช้าวันอันเชิญพระอุปคุต ต่อมามีการทำบุญตักบาจรเป็นเสร็จพิธี
เดือนที่ ๕ บุญสงกรานต์ เป็นบุญประเพณีที่ชาวจังหวัดมุกดาหารปฏิบัติสืบต่อกันมาทุกปี ตอนเช้ามีพิธีตัดบาตรที่หน้าศาลากลาง เสร็จพิธีแล้วจะสรงน้ำพระพุทธรูปคู่บ้าน คือ พระพุทธสิงห์สอง จากวัดศรีบุญเรืองมาแห่รอบ ๆ เมืองเพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคล เสร็จพิธีสรงน้ำพระ ประชาชน ผู้เฒ่าผู้แก่ คนหนุ่มคนสาวก็จะรดน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคล เสร็จพิธีสรงน้ำพระ ประชาชน ผู้เฒ่าผู้แก่ คนหนุ่มคนสาวก็จะรดน้ำกันอย่างสนุกสนาน จากนั้นมีการแข่งขันกีฬาพื้นเมืองมุกดาหารต่างๆ เช่น สะบ้าชักเย่อ เป็นต้น
เดือน ๖ บุญบั้งไฟ เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ชาวบ้านร่วมกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น