
ในซอกซอยเล็กๆ เต็นท์ผ้าใบ โต๊ะเรียนสีขาว บนเก้าอี้พลาสติกกว่า 80 ตัวมีน้องตัวน้อยๆ กำลังนั่งเล่น ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวและรอคอยใครบางคนที่มาหาเขาทุกอาทิตย์
ด้านประตูทางออกที่ 2 รถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีบางซื่อ พี่นุ้งนิ้ง ผู้ประสานงานหลัก “ครูอาสาใจกลางเมือง” กำลังรอคอยอาสาสมัครอยู่เช่นกัน 9.10 น. อาสาสมัครกว่า 10 ชีวิตตบเท้าขึ้นรถกระป๋อง และเดินเข้าตรอกซอกซอยชุมชนตึกแดง เขตบางซื่อ เพื่อไปแบ่งปัน ความรู้ และรอยยิ้มให้เด็กตัวน้อย
“อ้าว นั่นไงพี่ๆ เขามาแล้ว ไหนๆ โต๊ะไหน ป.1 ป.2 ป.3 พี่ๆ นั่งเลย” ครูปู่ ครูใหญ่ ซ. โซ่อาสา มาเตรียมการณ์ก่อนเรียกพี่ๆ ดูแลน้องๆ ด้วยเสียงฉะฉาน
พี่เล็งหน้าน้อง น้องเล็งหน้าพี่ได้ซัก 3 วิ พี่ๆ เลยลงนั่งลงหลักปักฐาน ทักทายน้องๆ ชวนเรียนเลข และ ภาษาไทย จากคนอื่นคนไกล กลายเป็นคนใกล้ได้ไม่นานนัก
น่าแปลกนักสำหรับฉันที่ไม่ได้เป็นคนรักเด็กแม้แต่น้อย เมื่อถึงถิ่นเด็ก เหมือนความเป็นเด็กก็กระซิบข้างหูให้ตัวเล็กลง ชวนน้องตั้งคำถามจากโจทย์ ชวนคิด ชวนถาม พยายามสอนอย่างดีที่สุด และชวนเล่น
“ครูขา หนูอยากระบายสี” ครึ่งชั่วโมงหลังทำแบบฝึกหัด น้องๆ เริ่มขอสี กระดาษ และการ์ตูน แน่นอน แม้ว่าการสะกดคำ อักษรต่ำกลางสูงยังไม่กระจ่าง คูณ หาร ยังไม่คล่อง แต่น้องๆ ก็อยากเล่น อยากทำอย่างอื่นบ้าง พวกเขานั่งเรียนบนโต๊ะเรียนมา 5 วันเต็มแล้ว
หลังจากหนักใจกับการสอนหลักไตรยางค์ ฉันจึงเบาใจสุดๆ เมื่อน้องนั่งลงเล่นสี เฮ้อ! รอดการสอนมั่วไปได้อีกหนึ่งที
ใกล้เที่ยง ฟ้าก็ครึ้มอีกครั้ง น้องๆ เริ่มเก็บกระเป๋า โบกมือบายๆ และบอกคุณครูว่า “อาทิตย์หน้าเจอกันอีกนะ” ครูอาสายิ้มแก้มปริ พวกเขาจับกลุ่มคุยกันอย่างคนเคมีเดียวกันควรจะเป็น
ครูปู่ หรือ นายธีระรัตน์ ชูอำนาจ วัย 72 ปี ครูใหญ่ ซ.โซ่อาสา เรียกอาสาสมัครล้อมวงร่วมพูดคุย พร้อมกล่าวว่า “ครูอาสาไม่ได้มุ่งสอนวิชา แต่เรามุ่งเรื่องจริยธรรม คุณธรรม ในห้องเรียน คุณครู 1 คนเด็ก 30 คน ครูอาจจำเด็กเลยไม่ได้ แต่เรานั่งโต๊ะเดียวกัน สอนกันไปกันมาก็จำกันได้ เด็กก็รอจะเจอครูอีก แม้อยู่ด้วยกัน เด็กอาจพูดหยาบคายบ้าง เพราะครอบครัวเขาเป็นแบบนี้ ก็ช่วยกันเตือน พูดอย่างนี้ไม่ดี ไม่เพราะนะ เขาก็จะค่อยๆ ซึมซับไปเอง”
น้องๆ ส่วนใหญ่เรียนโรงเรียนใกล้บ้าน ซึ่งพื้นฐานภาษาไทยและคณิตศาสตร์ไม่แน่นนัก เขียนได้ สะกดถูกบ้างผิดบ้าง ผสมคำไม่ได้บ้าง แต่ก็อย่าเห็นการสอนพื้นฐานเป็นเรื่องกล้วยๆ มันทำเอาครูอาสาปาดเหงื่อมาแล้วหลายรายแล้ว
“อยากให้เราสอน เท่าที่ได้ ไม่ต้องคิดมาก เหมือนมาดูแลเด็กๆ” ครูปู่กล่าว
ด้าน “เปิ้ล” หรือ นางสาวนภัทร์ มหาสิทธิลาภ สาวหน้าใส ลักยิ้มแก้มบุ๋ม วัย 25 ปี หนึ่งในอาสาสมัครครูอาสาใจกลางเมือง บอกกับเราว่าเธอมีความสุขทุกครั้งที่เห็นเด็กยิ้ม และเธอก็ยิ้มตอบ
เปิ้ล จบจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ภาคสื่อสารมวลชน ปัจจุบันทำงานด้านการเงิน อยู่บริษัทด้านไอที เคยทำงานมาแล้วหลายอย่าง ทั้งงานโรงงาน ตรวจเช็คสิ้นค้า จนถึงพริ๊ตตี้!! แต่สิ่งที่เธอชอบที่สุด คือ การเป็นครูอาสา
เธอเล่าว่าได้รู้จักกิจกรรมอาสาสมัครเพราะมีคนชื่อ “นุ้งนิ้ง” (ผู้ประสานงานกลุ่มซ.โซ่อาสา) จู่ๆ ก็แอด E-mail เธอผ่านโปรแกรม MSN (โปรแกรมสนทนาพูดคุยทางอินเทอร์เน็ต) ชวนพูดชวนคุย แต่แทนที่จะแจกขนมจีบ ซาลาเปา ดันชวนไปเป็นครูอาสาซะได้
“ตอนนั้นทำงานจันทร์ถึงศุกร์ เสาร์-อาทิตย์เราว่าง เลยลองไปกับเพื่อนดู หลังจากนั้นสามเดือน ไปทุกอาทิตย์ไม่ได้ว่างเลย” เธอหัวเราะร่วนอารมณ์ดี
วันเสาร์ ไปสอนที่ชุมชนตึกแดง บางซื่อ วันอาทิตย์เช้าที่คลองหลอด ต่อด้วยบ่ายที่ใต้สะพานอรุณอมรินทร์
เห็นทำต่อเนื่องอย่างนี้ก็ไม่เห็นท่าเธอจะเหนื่อยหน่าย หรือหน้าโทรม เธอมีความสุขมาก แม้ว่าจะเจอเด็กที่หลากหลาย ตั้งแต่ เด็กธรรมดา เด็กขอทาน เด็กวัด จนถึงเด็กเร่ร่อน
“เรารู้สึกดีนะ เราเห็นความต่างว่า จากที่เขาเคยหยาบคาย เคยไม่อยากเรียน ไม่เข้าใจ เขาดีขึ้น ตั้งใจเรียนมากขึ้น การเป็นครูอาสา ทำให้ผูกพันกัน เวลามาถึงเด็กๆ ก็จะยิ้ม รีบไปปูเสื่อ แล้วก็พูดว่า ครูมาแล้วๆ ”
ทุกวันนี้ ที่บริษัทของเธอ บนโต๊ะฝ่ายการเงิน มีกล่องบริจาคเล็กๆ ตั้งอยู่ เพื่อสนับสนุนค่าขนม นม อุปกรณ์การเรียนของน้องๆ ใจกลางเมือง โดยได้รับอนุญาตจากหัวหน้างาน แถมยังช่วยหยอดสมทบทุนอยู่บ่อยๆ ใครเหลือเศษไม่อยากเก็บไว้ ก็หยอดลงกล่องวันละนิดละหน่อย เป็นช่องทางบุญอันหนึ่ง
อ้างอิง http://www.volunteerspirit.org/?q=node/195
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น